ช่วงหน้าฝนแบบนี้ ต้องดูแลผิวอย่างไรบ้างนะ ?

ช่วงหน้าฝนแบบนี้ ต้องดูแลผิวอย่างไรบ้างนะ ? post thumbnail image

ในช่วงหน้าฝน ที่มีความชื้นแฉะนี้ มักทำให้ผิวหน้าของคุณนั้นกร้านเพราะโดนดูดความชื้นออกไปเสียหมด ทำให้เราจำเป็นต้องดูแลผิวมากกว่าเดิม และบทความนี้เราได้มีเทคนิคการดูแลผิวช่วงหน้าฝนมาฝากกัน ว่าเทคนิคการดูแลผิว หรือการดูแลผิวช่วงหน้าฝนนั้น มีเทคนิคใดบ้างที่คุณสาวๆ ต้องรู้ ว่าแล้วก็อย่ามัวเสียเวลาเราไปหาคำตอบนั้นพร้อมๆ กันเลย

ช่วงหน้าฝนแบบนี้ ต้องดูแลผิวอย่างไรบ้างนะ ?

  • การดูแลผิวช่วงหน้าฝน คือ ครีมกันแดดสำคัญเสมอ ควรเลือกครีมกันแดดที่สามารถป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB
  • การดูแลผิวช่วงหน้าฝน คือ เลือกครีมกันแดดชนิดที่เนื้อบางเบา อย่างสูตรกันน้ำ หากต้องลุยฝนก็ยังมั่นใจได้ว่า ผิวได้รับการปกป้องอย่างต่อเนื่อง
ครีมซองหน้าใส
  • การดูแลผิวช่วงหน้าฝน คือ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกับผิว ไม่ทิ้งสารเคมีหรือสิ่งตกค้างบนใบหน้า
  • การดูแลผิวช่วงหน้าฝน คือ เปลี่ยนมาใช้รองพื้นชนิดทิ้นท์ (Tinted Foundation) เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ
  • การดูแลผิวช่วงหน้าฝน คือ เช็ดเครื่องสำอางและล้างหน้าให้สะอาดหมดจดทุกวัน เพราะอากาศร้อนชื้น ความสกปรกและเครื่องสำอางมักอุดตันรูขุมขนได้ง่าย
  • การดูแลผิวช่วงหน้าฝน คือ บำรุงผิวก่อนนอนด้วยครีมที่เหมาะกับสภาพผิว
  • การดูแลผิวช่วงหน้าฝน คือ สครับผิวเพื่อขจัดสิ่งอุดตัน 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
  • การดูแลผิวช่วงหน้าฝน คือ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ประมาณวันละ 8-10 แก้ว เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
  • การดูแลผิวช่วงหน้าฝน คือ ทานวิตามินหรืออาหารเสริมเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นไข้หวัด หากไม่สบาย ผิวก็ดูโทรมได้ง่ายๆ เหมือนกัน
  • การดูแลผิวช่วงหน้าฝน คือ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ (ข้อนี้สาวๆ คงรู้กันอยู่แล้ว แต่ต้องเน้นปฏิบัติได้จริงด้วยนะคะ)

และอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายแสนง่าย ง่ายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เรียกได้ว่าเป็นวิธีใช้เงินแก้ปัญหานั่นเอง นั่นก็คือ การใช้ครีมซองหน้าใสของ Namiwink แบรนด์ Namiwink นี้เป็นแบรนด์ที่กำลังดังมากในออนไลน์ เพราะรีวิวที่มาจากการใช้ครีมซองหน้าใสของ Namiwink ลูกค้าบอกต่อรีวิวต่อเยอะมาก ทำให้ครีมซองหน้าใสของ Namiwink นี้กำลังฮอตฮิตติดลมบนที่สาวๆ ต้องใช้กันแบบสุดๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

พอท บุหรี่ไฟฟ้า

พอท บุหรี่ไฟฟ้า คืออะไร ข้อเปรียบเทียบกับบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไปพอท บุหรี่ไฟฟ้า คืออะไร ข้อเปรียบเทียบกับบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไป

จากบทความที่ 1 และที่2 ที่ได้กล่าวเกริ่นนำไปเสียมาก ในบทความนี้จึงอาจจะเรียกได้ว่าเป็นสรุปตัวท้ายที่เปรียบเทียบให้เห็นข้อเหมือนและข้อแตกระหว่างบุหรี่ไฟฟ้าแบบปกติกับพอท ให้เห็นกันชัดๆไปเลย จะมีอะไรบ้างนั้นที่เหมือนกัน จะมีอะไรบ้างที่ต่างกันไปติดตามกันได้เลย ประการที่ 1 ขนาดของคอยล์บุหรี่ไฟฟ้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยบุหรี่ไฟฟ้าพอท มีคอยล์ที่เล็กกว่ามาก นับว่าเป็นข้อสังเกตความแตกต่างของบุหรี่ไฟฟ้า pod system กับ mod หรือแบบปกติ ที่ชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่ง คือขนาดดังจะสังเกตได้ว่าคอยล์ที่ใช้ได้กับ mod จะมีขนาดใหญ่กว่าอย่างแน่นอน เพื่อให้สามารถจัดการกับไส้ในที่เป็นสำลีฝ้ายออแกนิคไว้สำหรับดูดซับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเอาไว้เพื่อสร้างไอระเหย  ส่วนคอยล์บุหรี่ไฟฟ้าพอทที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เหล่านี้ยัดไส้นั้นจึงมีขนาดเล็กกว่ามาก ประการที่ 2 วัสดุของตัวดูดซับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ดีกว่า ข้อนี้ก็นับเป็นผลที่สืบเนื่องมาจากข้อที่ 1

โรงไฟฟ้า

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรงไฟฟ้า

หากเอ่ยถึงโรงผลิตไฟฟ้า ต้องบอกเลยว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับโลกยุคปัจจุบัน เพราะว่าโรงที่ใช้ผลิตไฟฟ้านี้มีส่วนช่วยในการเติมเต็มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้ามากที่สุด อย่างไรก็ดีเรื่องของการผลิตไฟฟ้ายังมีคนที่รู้น้อยมาก วันนี้ขอนำพาเอาสาระดีๆ เกี่ยวกับโรงไฟฟ้ามาฝากกัน พร้อมแล้วมาดูกันเลย  แหล่งการใช้วัตถุดิบจากโรงผลิตไฟฟ้า  สำหรับโรงผลิตไฟฟ้านั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในยุคนี้อย่างมาก โดยวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้านั้นจะเน้นไปที่การใช้ของเหลือทางเการเกษตรจำพวกชานอ้อย เศษไม้ หรือกากมันสำปะหลัง บางทีก็อาจจะมีซังข้าวโพดอีกด้วย บางที่ก็มีการใช้ส่าเหล้า อย่างไรก็ดี การจะนำมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าและพลังงานไอน้ำนั้น ถือเป็นเศษวัสดุที่ใช้รวมกัน หรือว่าจะแยกกันก็ได้ โดยบางแหล่งโรงผลิตไฟฟ้าได้มีการใช้แกลบเพื่อมาเป็นเชื้อเพลิง ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าแกลบนั้นมีความชื้นต่ำกว่าปกติ และมีการให้ความร้อนสูงอีกด้วย มีหลักการทำงานคล้ายคลึงกับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน  ขยะก็ใช้ผลิตไฟฟ้าได้  สำหรับการใช้ขยะเพื่อผลิตไฟฟ้า เราจะพบว่าเป็นมวลชีวภาพเสียมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหาร หรือไม้ เศษอาหารถือเป็นของที่เสียไปในแต่ละวันจำนวนมาก ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเราเน้นไปที่การใช้งานเป็นหลัก มีการนำเอาขยะมาเผาที่ตะแกรง

กินอยู่อย่างไรให้สุขภาพดีห่างไกลโรค

วิถีชีวิตกินอยู่อย่างไรให้สุขภาพดีห่างไกลโรควิถีชีวิตกินอยู่อย่างไรให้สุขภาพดีห่างไกลโรค

ว่าด้วยเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ โรคที่เป็นที่กล่าวถึงตลอดก็คือ โรคมะเร็ง และปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง ก็คือการดำเนินชีวิตหรือการใช้ชีวิตของเรานั่นเอง สิ่งสำคัญที่ทำให้เราเข้าใกล้ความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งมากยิ่งขึ้น คือเรื่องของการรับประทานอาหารร่วมไปถึงการออกกำลังกายแน่นอนว่าไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตของเรา  เป็นไปด้วยความเร่งรีบ  อาหารจานด่วนอาหารประเภทปิ้งย่างจึงเป็นสิ่งที่ เราเลือกบริโภคมากที่สุดเป็นต้นว่าหมูปิ้งข้าวเหนียว  ไก่ย่างส้มตำ  ประเภทควันโขมงแต่รสชาติอร่อยล้ำนอกจากที่จะเป็นอาหารของเราแล้วยังเป็นอาหารชั้นเลิศของเชื้อมะเร็งอีกด้วยและสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ก็คือเราทุกคนมีโอกาสเสี่ยงหรือมีเชื้อมะเร็งอยู่ในตัวเพียงแต่ว่าเราให้อาหารแบบไหนกับตัวเองซึ่งเราให้อาหารที่เป็นอาหารของเซลล์มะเร็งความเสี่ยงในการที่เราจะเป็นโรคร้ายนี้ก็เพิ่มสูงมากขึ้นนั่นเองตรงกันข้ามถ้าหากเราเลือกบริโภคอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพเราก็จะห่างไกลความเสี่ยงเหล่านี้ได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากนี้แล้วการออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงมีภูมิต้านทานอยู่เสมอก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันแต่อย่างไรก็ดีก็ไม่ใช่ว่าคนที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีจะห่างไกลการเป็นโรคมะเร็งหรือไม่มีโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคนี้เลยเพราะนอกจากนี้แล้วยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่ส่งผลต่อการเป็นโรคมะเร็งนั่นเอง ซึ่งในทางการแพทย์ โดยการวิจัยและคำแนะนำจากแพทย์ชาวญี่ปุ่นได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการดูแลตัวเองเพื่อให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งเอาไว้ว่า ” การรับประทานอาหาร ต้องทานอย่าง balanced และเราจะต้องได้รับสารอาหารอย่างสมดุลรวมถึงได้รับปริมาณอาหารอย่างสมดุลด้วยไม่เน้นหนักไปทางด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะแต่สิ่งที่เราจะต้องพึงระวังมากที่สุดในการรับประทานหรือในการปรุงอาหารคือส่วนผสมของเกลือในอาหารซึ่งสัดส่วนที่เราควรจะบริโภคคือสำหรับผู้ชายใน 1 วันควรจะรับเกลือไม่เกิน 8 กรัมและสำหรับผู้หญิงไม่เกิน 7 กรัม ซึ่งหากเปรียบเทียบปริมาณ 1 ช้อนชามีปริมาณเกลือ 5